ระบบระบายน้ำทิ้งของบ้านมีความสำคัญมากที่มักถูกละเลยไป ถ้าได้รับการออกแบบอย่างดีแล้วปัญหากลิ่นต่างๆ จะหมดไป โดยการออกแบบระบบต้องคำนึงถึงหลัก DWN หรือ Drain-waste-vent ซึ่งก็คือน้ำทิ้ง-ของเสีย-ท่ออากาศ


เรามาเริ่มที่น้ำทิ้งก่อน (Drain): เป็นน้ำเสียซึ่งมาจากการอาบน้ำ ล้างหน้า และพื้นที่ซักล้าง ซึ่งส่วนมากจะแบ่งออกเป็นส่วนเปียก และส่วนแห้ง น้ำทิ้งประเภทนี้ปล่อยลงสู่ระบบท่อสาธารณะได้

ส่วนเปียก ประกอบ ด้วย พื้นที่อาบน้ำ หรือส่วนที่มีการใช้น้ำประจำ ในส่วนนี้สิ่งที่ควรคำนึงคือ ความสามารถในการระบายน้ำของพื้นที่นั้นๆ ท่อระบายน้ำทิ้งควรเลือกใช้ท่อ PVC เส้นผ่านศูนย์ที่กลาง 2 นิ้ว หรือ 3 นิ้ว (อาจพึ่งวิศวกรช่วยคำนวณก่อนเลือกใช้) ทั้งนี้  ควรติดตั้งท่อดักกลิ่นชนิด P-Trap บริเวณจุดระบายน้ำซึ่งอาศัยหลักการให้น้ำขังบริเวณตัวยูซึ่งจะช่วยกันไม่ให้กลิ่นไหลย้อนขึ้นมาได้ ในกรณีที่ไม่ได้ติดตั้ง P-Trap ให้ใช้ตะแกรงที่กันกลิ่นในตัว หรือติดตั้งท่อกันกลิ่นที่ฟลอเดรน  ทั้งนี้ ท่อกันกลิ่นอาจทำให้น้ำไหลลงท่อช้าลงบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่อาจเกิดขึ้นได้

ตัวอย่างการติดตั้งท่อ P-trap

ที่มาภาพ: http://www.pantip.com


ส่วนแห้ง คือ ส่วนที่ไม่มีการใช้น้ำประจำ เช่นท่อน้ำทิ้งจุดที่ใกล้กับชักโครก ในจุดนี้เรื่องการระบายน้ำจะไม่สำคัญเท่าส่วนเปียก ท่อระบายน้ำทิ้งควรเลือกใช้ท่อ PVC เส้นผ่านศูนย์ที่กลาง 2 นิ้ว และติดตั้งท่อดักกลิ่นชนิด P-Trap กันไม่ให้กลิ่นไหลย้อน แต่ด้วยธรรมชาติของส่วนแห้งคือไม่ค่อยมีการใช้น้ำ น้ำที่กักใช้ P-Trap อาจระเหยจนแห้งและไม่สามารถกันกลิ่นได้ ยิ่งอากาศร้อนอย่างประเทศไทยด้วยแล้ว น้ำยิ่งระเหยเร็วเป็นพิเศษ


ตัวอย่างส่วนแห้ง

     - วิธีแรกแนะนำให้ฉีดน้ำลงท่อ (ไม่ต้องมาก) เพื่อเติมน้ำส่วนที่ระเหยไป (2-3 สัปดาห์เติมทีก็ได้ครับ)

  - วิธีสองแนะนำอุปกรณ์กันกลิ่นแบบแห้ง (dry trap) จำพวกหลอดซิลิโคนกันกลิ่น ซึ่งเป็นลักษณะของลิ้นเปิดปิด โดยลิ้นเมื่อมีน้ำไหลผ่าน ลิ้นที่ก้นของหลอดกันกลิ่นจะเปิดออก น้ำสามารถไหลผ่านได้สะดวก และจะปิดสนิททันทีเมื่อไม่มีน้ำไหลผ่าน  สามารถป้องกันกลิ่นและแมลงจากภายในท่อได้ ลักณษะอุปกรณ์มักเป็นแบบหลอดยางหรือซิลิโคนที่ใส่เข้าไปในฟลอร์เดรนเดิม

    


ต่อมาคือของเสียที่มาจากสุขภัณฑ์ (Waste): สำหรับของเสียประเภทนี้จะมีส่วนผสมของกากอาหารด้วย ของเสียชนิดนี้ต้องนำมาผ่านถังบำบัดน้ำเสีย (Septic Tank) ก่อนจะทำการปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการกรองเรียบร้อยแล้วลงสู่ระบบท่อสาธารณะ 

ระบบท่อนั้นมีความแตกต่างกับน้ำเสียประเภทแรก อาทิ ขนาดของท่อที่ใช้ที่มีขนาดใหญ่กว่าท่อน้ำทิ้งทั่วไป โดยส่วนใหญ่จะใช้ขนาด 3-6 นิ้ว นอกจากนี้ความลาดเอียงของท่อก็จะมีมากกว่าน้ำทิ้งทั่วไปคือ ประมาณ 1:50 (ความยาว 50 ซม.ระดับลดลง 1 ซม.)  เพื่อให้ของเสียสามารถเคลื่อนที่ได้ง่ายกว่า  นอกจากนี้การติดตั้งสุขภัณฑ์หรือ ชักโครกนั้นต้องป้องกันปัญหากลิ่นย้อนขึ้นมาจากท่อระบายของเสีย เนื่องจากในการติดตั้งโถสุขภัณฑ์แบบโบราณ (ปัจจุบันช่างมากก็ยังติดตั้งผิดอยู่) ช่างมักจะใช้ซีเมนต์ขาวเป็นวัสดุอุดยาแนวร่องรอยต่อระหว่างปลายคอห่านกับท่อของเสีย PVC ที่พื้นห้องน้ำ เนื่องจากซีเมนต์ขาวมีคุณสมบัติในการที่ยึดเกาะพื้นผิวได้ดี เมื่อเวลาผ่านพ้นไป ยาแนวซีเมนต์ขาวจะยุบตัวและเกิดรอยแยก หรือเกิดตามดทำให้เกิดกลิ่นเหม็นย้อนขึ้นมาได้


การติดตั้งชักโครกให้ปราศจากกลิ่นอย่างถูกวิธีคือ การซีลรอยต่อระหว่างปลายคอห่านกับท่อของเสียที่พื้น


1.       ใช้ปะเก็นแว็กซ์หรือปะเก็นขี้ผึ้ง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ทำมาใช้ทดแทนการใช้ซีเมนต์ขาวยาแนวรอยต่อ โดยมีลักษณะวงแหวนที่ทำจากวัสดุนุ่มและเหนียว เมื่อวางชักโครกลงไปเจ้าวัสดุนุ่มเหนียวนี้จะไปอุดไปเคลือบช่องว่างเพื่อกันไม่ให้กลิ่นลอดออกมาได้ ปะเก็นซ์แว็กซ์ไม่มีการยุบตัวเมื่อใช้งานในระยะยาวอีกทั้งยังอุดปิดแนวรอย ต่อได้สนิท ทำให้ไม่มีช่องว่างให้กลิ่นเล็ดลอดออกมาได้


ปะเก็นซ์ขี้ผึ้ง

ข้อดีคือติดตั้งไม่ยุ่งยาก โดยช่างทำการวัดและมาร์คจุดให้ดีก่อน แล้วจึงทำการวางชักโครกให้ตรงจุดที่มาร์คไว้ แต่ไม่ใช่ช่างทุกคนสามารถวางชักโครกให้ตรงจุดภายในครั้งเดียวได้โดยเฉพาะช่างที่ไม่ชำนาญการ เนื่องจากโถสุขภัณฑ์บางรุ่นมีน้ำหนัก (เกิน 50 กก.) จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เล็งจุดได้ในครั้งเดียว (ช่างที่ชำนาญก็ยังพลาดได้)  ดังนั้นจึงแนะนำให้มีปะเก็นซ์สำรองไว้เวลาติดตั้ง 

ข้อเสียคือ วัสดุลักษณะนี้จะไม่คือรูป หมายถึงเมื่อมันถูกทับหรือเสียรูปทรงไม่แล้วจะไม่สามารถทำไห้คืนรูปเดิมได้อีก พูดง่ายๆ ที่วางผิดต้องทิ้งเลย อย่างไปเสียดายครับ ช่างบางคนเสียดายพยายามและใช้ของเดิม แต่จะเป็นปัญหาในอนาคตเปล่าๆ


2.       ใช้ปะเก็นกันกลิ่นชักโครกแบบ Wax-free ซึ่งโดยปกติมักผลิตจากยาง โฟม หรือซิลิโคนสังเคราะห์ มักจะผลิตจากยางอย่างดีเมื่อวางชักโครกยางจะไปอุดช่องว่างเพื่อกันไม่ให้กลิ่นลอดออกมาได้


ข้อดี วัสดุลักษณะนี้สามารถคือรูปได้ดี  ช่างจึงสามารถขยับแก้ไขได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนปะเก็นใหม่ และปะเก็นแบบ wax-free บางรุ่นสามารเพิ่มความสูงให้เหมาะกับโถสุขภัณฑ์แต่ละรุ่นได้ โดยกันวางซ้อนกัน

ข้อเสีย ตอนติดตั้ง ช่างต้องยึดน๊อตตัวชักโครกกับพื้น เนื่องจากปะเก็นชนิดนี้ไม่เหมือนกับแบบขี้ผึงที่จะแบนลงไปและไม่คืนรูปเมื่อมีน้ำหนักกด  ซึ่งอาจเป็นข้อดีก็ได้เพราะช่างเมืองไทยมักวางชักโครกไว้เฉยๆ และใช้ปูนขวาเป็นตัวยึดติด จึงเป็นการบังคับให้ช่างยึดน๊อตตัวชักโครกกับพื้นไปในตัว


คลิปข้างล่างเป็นตัวอย่างปะเก็นกันกลิ่นแบบ Wax-free ชักโครกยี่ห้อ Korky


 


สุดท้ายคือระบบท่ออากาศ (Vent system): คือท่อที่ต่อไว้เพื่อระบายอากาศจากระบบท่อน้ำทิ้งและท่อส้วม อธิบายง่ายๆ คือ มีอากาศสะสมอยู่ภายในท่อตั้งแต่โถไปจนถึงถังบำบัด เมื่อเรากดชักโครก น้ำจะดันอากาศจนต้องหาทางระบายออก  ดังนั้น ควรมีรูหรือช่องเปิดสำหรับระบายอากาศออก และยังช่วยให้สิ่งปฏิกูลไหลลงไปได้ดีขึ้นด้วย (ลองนึกถึงเวลาเราเจาะกระป๋องนมข้นหวานที่ต้องเจาะ 2 รู เพื่อช่วยระบายมวลอากาศภายในกระป๋อง ทำให้เทนมข้นไหลออกมาได้อย่างง่ายขึ้น)

ในบางกรณี ถ้าท่ออากาศไม่มีเมื่อเรากดชักโครก จะเกิด negative pressure หรือความดันลบ คือการดูดอากาศเข้าเพื่อให้สิ่งปฏิกูลไหลลงไปได้ดีขึ้น แต่การดูดอากาศในขณะทีได้มีท่ออากาศหรือท่ออากาศอยู่ไกลเกินไป ทำให้เกิดการลักอากาศจากท่อที่อยู่ใกล้ที่สุด น้ำในคอห่านอาจถูกดึงออกมาด้วยดังตัวอย่างข้างล่าง

 

ตัวอย่างการเกิด Negative pressure

แล้ววิธีต่อท่ออากาศที่ถูกต้องทำอย่างไร?

- ติดตั้งท่ออากาศเพื่อช่วยระบายอากาศในระบบ ต้องติดตั้งที่ถังบำบัดน้ำเสีย หรือบ่อเกรอะ สำหรับถังบำบัดน้ำเสียหรือบ่อเกรอะ 

- ระดับความสูงของปลายท่ออากาศ ให้สูงกว่าระดับน้ำท่วม เพราะเมื่อฝนตกหนัก น้ำจะไหลเข้าสู่ท่อถังบำบัดได้

- ปลายท่ออากาศก็ต้องมีตัวป้องกันสัตว์ หรือน้ำฝนเข้าด้วยนะครับ

- ในกรณีที่โถสุขภัณฑ์อยู่ห่างจากถังบำบัด จะต้องติดตั้งท่ออากาศให้ปลายของท่ออยู่เหนือระดับของสุขภัณฑ์ โดยควรซ่อนปลายท่ออากาศให้อยู่ในตำแหน่งที่มิดชิด และเป็นตำแหน่งที่กลิ่นไม่รบกวน


ที่มาของรูป: http://www.scgbuildingmaterials.com

เรียบเรียงโดย
ทีมช่าง kanklin

อ้างอิง

- https://studor.net/en

- http://www.scgbuildingmaterials.com

- http://preventing-bathroom-odor.blogspot.com/






ความคุ้นเคยต่อกลิ่นอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างไม่รู้ตัว
การรับรู้กลิ่นของแต่ละคนไม่เท่ากัน การตอบสนองต่อกลิ่นขึ้นกับความไวต่อการรับรู้ซึ่งแตกต่างกัน บางคนมีความอดทนต่อกลิ่นเหม็นได้ รู้สึกชินต่อกลิ่นทำให้บาง...
จากบ่อแกรอะบ่อซึมสู่ถังแซท
ปัจจุบันถังบำบัดน้ำเสียได้เปลี่ยนจากบ่อแกรอะบ่อซึ้มมาเป็นถังแซท ในบทความนี้นำเสนอความแตกต่างระหว่าบ่อแกรอะบ่อซึมกับถัง...
Kanklin
ผู้เชี่ยวชาญการแก้ปัญหากลิ่นและแมลงในห้องน้ำ
read more ⟶
Leave a comment
Note: HTML is not translated!